ใครที่เพิ่งไปอัปความสวยความหล่อมา หรือกำลังมีแพลนจะขึ้นเขียงเร็วๆ นี้ ต้องมารวมกันตรงนี้ด่วนๆ เพราะบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีลดบวมหลังทำศัลยกรรม ตั้งแต่การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมในช่วง 24 ชั่วโมงแรก อาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นด้วยวิธีลดบวมหลังทําศัลยกรรมที่เปิดให้แบบหมดเปลือก!

ไม่ว่าคุณจะเสริมจมูก ทำตาสองชั้น ดึงหน้า หรือดูดไขมัน ถ้าอยากฟื้นตัวหลังการผ่าตัดให้ไวทันใจขึ้น อยากสวยสับแบบไม่ต้องพักฟื้นนานเป็นเดือนๆ บทความนี้คือคัมภีร์ที่คุณต้องเซฟเก็บไว้เลย รับรองว่าถ้ารู้วิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้อง บวกกับได้ตัวช่วยดีๆ จาก SLC Hospital เส้นทางนี้จะช่วยให้คุณกลับมาเฉิดฉายได้ไวกว่าใครอย่างแน่นอน พร้อมแล้วไปลุยกันเลยแม่!

ทำไมหลังการผ่าตัดศัลยกรรมถึงมีอาการบวม?

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เราต้องเข้าใจสาเหตุกันก่อนนะเธอ เพราะอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดเนี่ยเป็นเรื่องปกติมากๆ เพราะนี่คือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติ เมื่อเนื้อเยื่อของเรามีการบาดเจ็บจากการผ่าตัด ร่างกายจะส่งเลือดและน้ำเหลืองไปซ่อมแซมจุดนั้นมากเป็นพิเศษ ทำให้ของเหลวคั่งค้างจนเกิดอาการบวมนั่นเอง

แต่ช้าก่อน! ถึงอาการบวมจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราปล่อยจอย ไม่ดูแล หรือดูแลผิดวิธี จากที่ควรจะยุบใน 1-2 สัปดาห์ อาจจะลากยาวไปเป็นเดือนก็ได้นะ ดังนั้น การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก!

5 เทคนิคดูแลตัวเองขั้นเทพ ลดบวมไว แผลหายเร็วแบบมั่นใจ!

การฟื้นฟูร่างกายต้องเริ่มจากตัวเราก่อน มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยกู้ร่างพังๆ ให้กลับมาปังปุริเย่ได้อีกครั้ง

1. ประคบเย็น VS ประคบอุ่น ไทม์ไลน์ต้องเป๊ะ!

เรื่องนี้เบสิกแต่สำคัญสุด! หลายคนยังสับสนว่าต้องประคบอะไรตอนไหน จำสูตรนี้ไว้ให้แม่นเลยนะแม่!

  • 48 ชั่วโมงแรก (2 วันแรก) ประคบเย็นเท่านั้น! ช่วงนี้แผลยังสด เลือดยังซึม การประคบเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดหยุดไหลได้ไวขึ้น และลดอาการปวดบวมได้ดีขึ้น แนะนำให้ใช้เจลแพ็ก (Gel Pack) หรือผ้าห่อน้ำแข็ง ประคบเบาๆ บริเวณรอบๆ แผล (อย่ากดทับแผลหรือซิลิโคนโดยตรงนะสาว) ให้ประคบครั้งละ 15-20 นาที 
  • หลัง 1 สัปดาห์เป็นต้นไป เปลี่ยนมาประคบอุ่น เมื่อผ่านช่วงวิกฤตแรกไปแล้ว เลือดหยุดไหลดีแล้ว ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่น แค่พออุ่นๆ สบายผิวก็พอน้า เพราะการประคบอุ่นจะช่วยขยายหลอดเลือด ให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยละลายลิ่มเลือดเก่าๆ ที่ทำให้บริเวณที่เกิดรอยช้ำม่วงๆ เขียวๆ จางลง และช่วยให้พังผืดอ่อนนุ่มลงด้วย

2. ท่านอนเปลี่ยนชีวิต ช่วงนี้นอนหมอนสูงไปก่อนนะ

ช่วง 3-5 วันแรก หรือสัปดาห์แรกหลังทำ ใครที่ติดนิสัยชอบนอนราบ นอนตะแคง ต้องเปลี่ยนด่วน! เพราะการนอนราบจะทำให้เลือดและน้ำเหลืองไหลไปกองรวมกันที่หน้า ทำให้ตื่นมาหน้าบวมได้ ช่วงนี้จึงแนะนำให้นอนหมอนสูงกว่าระดับหัวใจ ใช้หมอนซ้อนกัน 2-3 ใบ หรือใช้หมอนรองคอแบบตัว U ล็อกไว้ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยดึงน้ำเหลืองให้ระบายลงสู่ร่างกายส่วนล่าง ลดอาการบวมที่หน้าได้ดีเวอร์

3. อาหารลดบวม เลือกกินถูกหลัก แผลหายไวแบบไม่ต้องรอนาน

ช่วงพักฟื้นดูแลฟื้นฟูร่างกาย การเลือกอาหารการกินก็คือตัวแปรสำคัญเช่นกัน

  • อาหารที่ช่วยลดบวมหลังทำศัลยกรรม
    • ฟักทอง ตัวแม่ช่วยลดบวม! ฟักทองมีวิตามิน A สูง ช่วยกำจัดเชื้อโรคและลดการติดเชื้อได้ดี
    • ใบบัวบก แก้ช้ำใน ลดการอักเสบ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
    • สาหร่าย มีแร่ธาตุช่วยปรับอุณหภูมิร่างกาย ลดอาการบวมช้ำ
    • ถั่วดำ ช่วยขับสารพิษและบำรุงเลือด
    • โปรตีนคุณภาพดี อย่าง ไข่ต้ม ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอได้
  • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลังผ่าตัดศัลยกรรม อาทิ ของหมักดอง อาหารรสเค็มจัด อาหารทะเล เพราะโซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ และควรงดแอลกอฮอล์ไปก่อนยาวๆ อย่างน้อย 1 เดือนนะเธอ ถ้าไม่อยากให้แผลอักเสบหรือหายช้าไปกว่านี้

4. ขยับร่างกายสักนิดให้จิตแจ่มใส

เข้าใจว่าสายฟิตอยากจะกลับไปออกกำลังกายได้ไวๆ แต่ช่วงแรกขอให้พักยกเวทหนักๆ หรือคาร์ดิโอแรงๆ ไปก่อน เพราะจะทำให้ความดันเลือดสูง แผลอาจเปิดหรือบวมกว่าเดิมได้ แต่! การนอนเฉยๆ ก็ไม่ดีเหมือนกัน ควรลุกมาเดินเล่นเบาๆ ในบ้าน แกว่งแขนบ้าง เพื่อกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดี ระบบน้ำเหลืองทำงานได้ดีขึ้น ช่วยระบายของเสียออกจากร่างกาย การขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดบวมได้ในทางอ้อมเช่นกัน

5. การนวดระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage Massage)

อันนี้เป็นเทคนิคขั้นแอดวานซ์ที่ช่วยได้เยอะพอสมควร คือการนวดเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้น้ำเหลืองที่คั่งค้างไหลกลับเข้าสู่ระบบระบายภายในของร่างกาย แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีและเบามือมากๆ นะ หรือถ้าไม่มั่นใจแนะนำให้เข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อที่จะได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

**ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

เทคโนโลยีลดบวมหลังทำศัลยกรรมที่ SLC 

ถ้าการดูแลตัวเองที่บ้านยังไม่ทันใจ หรืออาจเป็นคนบวมง่ายหายช้า ที่ SLC เราก็มีตัวช่วยระดับ Medical Grade ที่จะบูสต์การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดศัลยกรรมให้รวดเร็วขึ้นไปอีกขั้น! เพราะเราเข้าใจว่าเวลาของคุณมีค่า เราจึงคัดสรรเทคโนโลยีมาช่วยดูแลคุณแบบจัดเต็ม

1. โปรแกรม LED Light Therapy นอนชิลๆ ให้แสงบำบัด สยบความบวม เร่งผิวใสระดับเซลล์

ใครที่กลัวเจ็บหรือไม่อยากพักฟื้นนาน ต้องเลิฟสิ่งนี้! โปรแกรม LED Light Therapy คือนวัตกรรมฟื้นฟูผิวอัจฉริยะที่ผสานพลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ (LLLT) เข้ากับแสง LEDs เพื่อบำบัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพหรือบาดเจ็บให้กลับมาทำงานได้ปังๆ อีกครั้ง

ความเจ๋งของโปรแกรม LED Light Therapy คืออะไร? นางไม่ได้แค่ส่องแสงวิบวับเฉยๆ นะ แต่แสงนี้จะลงไปทำงานลึกถึงระดับเซลล์ โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อน ผิวไม่ไหม้ และไม่มีผลข้างเคียง หลักการคือแสงจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่อักเสบจากการผ่าตัด ทำให้แผลหายไว อาการบวมลดลง! ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์ที่ SLC Hospital เพื่อวางแผนฟื้นฟูเฉพาะบุคคลได้ โดยแบ่งเป็น 2 สีหลักๆ ดังนี้

  • แสงสีเหลือง (Yellow Light – 830 nm / 590 nm) ฮีโร่กู้หน้าบวม! ตัวนี้คือเดอะเบสท์สำหรับคนทำศัลยกรรม! คลื่นแสงจะลงไปทำงานบริเวณรอยต่อชั้นผิว (Dermo-epidermal junction) ช่วยกระตุ้นการสื่อสารระหว่างเซลล์ (Cell Signaling) ให้ระบบร่างกายซ่อมแซมตัวเองไวขึ้น
    • เร่งการสมานแผลผ่าตัดให้แห้งและหายเร็วขึ้น
    • ลดอาการปวด ระบม และลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
    • ลดอาการบวมช้ำ เลือดคั่ง ให้หน้าเข้าที่ไวทันใจ
    • แถมยังช่วยรักษาสิว (Acne Treatment) ได้อีกด้วยนะ!
  • แสงสีแดง (Red Light – 633 nm) ตัวแม่เรื่องงานผิวเด็ก! แสงสีแดงจะเจาะลึกกว่า! ลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ (Reticular Dermis) ที่เป็นบ้านของคอลลาเจนและอีลาสติน
    • ช่วยปลุกผิวให้ตื่น! กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูผิวให้เฟิร์มกระชับ ดูอ่อนกว่าวัย
    • ไม่ใช่แค่ผิวหน้า แต่ยังช่วยดูแลหนังศีรษะ กระตุ้นรากผมให้แข็งแรง เร่งผมยาวได้อีกด้วย

ความรู้สึกตอนทำ: บอกเลยว่าฟินมาก! เหมือนได้นอนพักผ่อนทำสปาผิว จะรู้สึกแค่อุ่นๆ สบายๆ บริเวณที่ฉายแสง ไม่ได้รู้สึกเจ็บ ไม่แสบ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10-20 นาที ต่อครั้งเท่านั้น ทำเสร็จปุ๊บเดินสวยๆ กลับบ้านได้เลย แนะนำให้ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าแผลสวย ยุบไว ผิวใสขึ้นจริง!

2. โปรแกรมออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) อุโมงค์ออกซิเจน บูสต์ร่างกายขั้นสุด สวยไว หายเพลีย

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่เหล่าเซเลบและนักกีฬาระดับโลกนิยมใช้กันมาก! ที่ S’RENE by SLC เราพร้อมพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ฟื้นฟูร่างกายระดับพรีเมียมด้วย อุโมงค์ออกซิเจน (HBOT) ที่จะพาคุณเข้าไปสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ ภายใต้ความดันอากาศที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี mHBOT ที่ออกแบบมาให้มีความดันเหมาะสม (1.3-1.5 ATA) สบายตัวและมั่นใจได้กว่าแบบดั้งเดิม

ทำไมต้องโปรแกรมออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT)? ปกติแล้วออกซิเจนที่เราหายใจจะเดินทางไปกับเม็ดเลือดแดงเท่านั้น แต่โปรแกรมออกซิเจนบำบัด (HBOT) จะใช้ออกซิเจนความดันสูงช่วยผลักดันให้ออกซิเจนละลายเข้าสู่พลาสมาและของเหลวในร่างกายได้อย่างมหาศาล ทำให้ผ่านเข้าไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนลึกที่เลือดไปเลี้ยงไม่ถึง หรือบริเวณที่มีอาการบวมช้ำจากการผ่าตัดได้แบบจึ้งๆ เลยล่ะ!

ผลลัพธ์ที่ได้คือที่สุดแห่งการฟื้นฟู

  • ลดบวม ลดช้ำ เร็วขึ้นหลายเท่าตัว! ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดบวมได้ดีเยี่ยม
  • แผลผ่าตัดสมานตัวได้ดี กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดใหม่ ช่วยให้แผลหายไว และลดโอกาสเกิดแผลเป็นได้
  • บูสต์พลังงาน สำหรับคนที่อ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย หรือเครียดสะสม การทำโปรแกรมออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) จะช่วยให้ร่างกายรีเฟชรสดชื่น หายเหนื่อย และนอนหลับได้ลึกขึ้น ตื่นมาผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่งเหมือนได้นอนเต็มอิ่ม

เรียกว่าเป็นเส้นทางที่ช่วยให้คุณสวยไว ร่างกายฟื้นตัวเร็ว แถมยังได้สุขภาพดีในคราวเดียว ใครที่เพิ่งผ่าตัดศัลยกรรมมา หรือแค่อยากฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ต้องลองโปรแกรมนี้เลย เพราะวิธีลดบวมหลังทำศัลยกรรมที่ถูกต้อง จะช่วยให้การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเป็นไปอย่างมั่นใจ และช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

**ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

หลังทำศัลยกรรมบวมกี่วัน? ไทม์ไลน์การฟื้นตัวที่ควรรู้

คำถามยอดฮิตหลังลงจากเตียงผ่าตัดคือ เมื่อไหร่อาการบวมจะยุบง่ะ? บอกเลยว่าอาการบวมเป็นเรื่องปกติ เพราะร่างกายกำลังส่งเลือดและน้ำเหลืองไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ แต่ความบวมจะค่อย ๆ เปลี่ยนตามช่วงเวลา ถ้ารู้ไทม์ไลน์นี้ไว้ จะได้ดูแลร่างกายได้อย่างเหมาะสม

หมายเหตุ: ระยะเวลาของอาการบวมจะขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด เทคนิคทางการแพทย์ การดูแลตัวเอง และสภาพร่างกายแต่ละบุคคล

Day 1-3: ช่วงบวมสุดแผลยังไม่เข้าที่

ช่วง 24-72 ชั่วโมงแรกมักเป็นช่วงที่อาการบวมชัดที่สุด บางเคสอาจมีช้ำม่วงๆ เขียวๆ ร่วมด้วย เพราะมีเลือดซึมและของเหลวคั่งจากการอักเสบตามธรรมชาติ

  • เน้นพักผ่อน นอนหมอนสูง ลดอาการคั่งของน้ำเหลือง
  • ประคบเย็น ตามคำแนะนำแพทย์ (ส่วนใหญ่ 15-20 นาที/ครั้ง แต่ะประคบได้วันละหลายรอบ) ช่วยลดอาการบวมและลดอาการปวด
  • เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ความดันขึ้น เพราะอาจทำให้บวมมากขึ้น

Day 4-7: อาการบวมเริ่มลดลง แต่ยังดูไม่เข้าที่

หลังผ่านช่วงพีค อาการบวมมักเริ่มลดลงทีละนิด รอยช้ำอาจเด่นขึ้นในบางคน เพราะเลือดคั่งเริ่มสลายตัวและกลับมาไหลเวียนได้ปกติ

  • ช่วงนี้ยังนอนหมอนสูงต่อได้ จะช่วยให้อาการบวมยุบไวขึ้น
  • เริ่มขยับเบาๆ เช่น เดินช้าๆ ในบ้าน เพื่อให้เลือดไหลเวียนและน้ำเหลืองระบายดี
  • คุมอาหารเค็มจัด ของหมักดอง แอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวการทำให้อาการบวมค้างแบบไม่ปรานี

Week 2: แผลเริ่มเข้าที่ขึ้น แต่งหน้า-ออกงานได้อย่างมั่นใจขึ้น

โดยทั่วไปสัปดาห์ที่ 2 จะเห็นความต่างชัดเจนว่า อาการบวมยุบลงเยอะแล้ว หลายคนเริ่มกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้มากขึ้น แผลเริ่มแห้ง รอยช้ำเริ่มจางลง

  • แต่ยังไม่ควรรีบออกกำลังกายหนักหรือซาวน่า อบไอน้ำ (ความร้อนและความดันเลือดอาจทำให้บวมกลับมาเยือนได้อีก)
  • ช่วงนี้ควรเริ่มประคบอุ่น นวดระบายน้ำเหลือง ที่สำคัญควรทำตามคำแนะนำแพทย์ และทำแบบเบามือสุด ๆ

Week 3-4 (ประมาณ 1 เดือน): ฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์ แต่ยังมีบวมลึกใต้ผิวหนังได้

หลายเคสจะดูเข้าที่มากขึ้นในช่วง 3-4 สัปดาห์ แต่อยากบอกความจริงว่า… การผ่าตัดบางประเภทอาจมีอาการบวมซ่อนตัวอยู่ภายใน อาจยังมีความรู้สึกตึงๆ หรือแผลยังไม่ละมุนเข้าที่มากพอ

  • ช่วงนี้จึงต้องพักผ่อนให้พอ ดื่มน้ำให้พอดี กินโปรตีนคุณภาพช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้มากขึ้น
  • ควรพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ เพื่อตรวจเช็กว่าแผลและการฟื้นตัวเป็นไปได้ตามปกติ

สัญญาณเตือน! อาการบวมแบบไหนที่ต้องรีบพบหมอด่วน

แม้ว่าความบวมจะเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องคอยสังเกตตัวเองด้วยนะ ถ้าเจออาการแบบนี้ อย่ารีรอ รีบกลับมาพบแพทย์ที่ SLC Hospital ทันที

  • มีอาการบวมแดง แสบร้อน บริเวณแผล
  • มีหนองไหล หรือแผลมีกลิ่นเหม็น
  • มีอาการปวดตุบๆ และอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะกินยาแก้ปวดก็ยังไม่หาย
  • มีไข้สูง หนาวสั่น นี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ควรรีบให้แพทย์ตรวจเช็กด่วน!

สรุป วิธีลดบวมหลังทำศัลยกรรมให้สวยไว ไม่ต้องรอนาน!

การทำศัลยกรรมให้สวยมั่นใจ ไม่ได้จบแค่ในห้องผ่าตัดนะ แต่การดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นคือหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าผลลัพธ์จะออกมาปังหรือพัง! การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและควรเลือกดูแลตัวเอง มองหาวิธีลดบวมหลังทําศัลยกรรมที่ช่วยลดบวมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการประคบเย็นหรือประคบอุ่นให้ถูกจังหวะ การนอนหมอนสูง การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และควรงดของแสลง จะช่วยให้ร่างกาย ฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ถ้าใครอยากดูแลแบบครบองค์รวม ไม่อยากหน้าบวมนานๆ หรือกังวลเรื่องการดูแลตัวเอง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาที่ SLC Hospital ได้เลย เรามีทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพพร้อมดูแลคุณแบบใกล้ชิด พร้อมเทคโนโลยีนำสมัยอย่างโปรแกรม LED Light Therapy และโปรแกรมออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) ที่จะช่วยลดบวม ลดช้ำ ให้คุณกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไว มั่นใจได้เลยว่ามาที่ SLC Hospital แล้วจะได้รับการดูแลดุจเจ้าหญิงตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คุณสวย มั่นใจ และเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด!

อยากสวยแบบไม่ต้องรอลุ้น ทักแชทจองคิวหรือเข้ามาปรึกษาเราได้เลยที่ SLC Hospital เราพร้อมเนรมิตความสวยให้คุณในเวอร์ชันที่ตรงใจที่สุด! แล้วมาสวยไปด้วยนะสาวๆ

Tagged : #.