ถ้าพูดถึงผู้เข้าประกวด Miss Tiffany หลายคนคงนึกถึงผู้หญิงที่มีทั้งความสวย ความมั่นใจ และรูปร่างที่ดูสมส่วนแทบทุกองศา แต่สำหรับ “ตะวัน พรสกลัส” Top 10 Miss Tiffany เจ้าตัวกลับมองเห็นรายละเอียดของตัวเองที่คนอื่นอาจไม่ทันสังเกต เพราะแม้จะเป็นคนรูปร่างเพรียว ใส่เสื้อผ้าไซซ์เล็กได้สบาย แต่กลับรู้สึกว่าช่วงเอวยัง “ตรงเกินไป” จนไม่ตอบโจทย์ลุคที่ตัวเองใฝ่ฝัน หลายครั้งเวลาต้องถ่ายแฟชั่น ถ่ายคอนเทนต์ หรือขึ้นเวทีประกวด ตะวันมักใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานกว่าที่หลายคนคิด ไม่ใช่เพราะไม่มั่นใจในหน้าตา แต่เพราะอยากให้สัดส่วนของตัวเองดูมีเส้นโค้งมากขึ้น เดรสเข้ารูปที่หลายคนมองว่าสวย กลับทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่า “ถ้ามีเอวมากกว่านี้อีกนิด ทุกอย่างคงสมบูรณ์แบบ“ 

จากความคิดเล็ก ๆ ที่วนเวียนอยู่ทุกครั้งเวลาแต่งตัว สุดท้ายจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมดัดซี่โครง หัตถการที่กำลังได้รับความสนใจในกลุ่มคนที่ต้องการปรับรูปร่างให้มีความโค้งเว้าชัดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่แม้ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าสัดส่วนช่วงเอวไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หลังศึกษาข้อมูลอยู่พักใหญ่ ตะวันจึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษา คุณหมอทศ ทศพล สุริย์จามร ว.33105  ที่ SLC Hospital เพื่อประเมินว่ารูปร่างของตัวเองเหมาะกับโปรแกรม Rib Remodeling หรือไม่ เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่เป็นการลงทุนกับความมั่นใจในระยะยาว 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Tawan Phornlaphat (@tawan_phornphat)


แล้วผลลัพธ์ที่หลายคนพูดถึงก็เกิดขึ้นจริงจากรอบเอว 26 นิ้ว เหลือประมาณ 23 นิ้ว จนหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ถามว่า “ช่วงนี้ใส่คอร์เซ็ตทุกวันหรือเปล่า?” แต่คำตอบของตะวันกลับทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ เพราะสิ่งที่เปลี่ยน ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสายวัด แต่คือบุคลิกที่ดูมั่นใจขึ้นในทุกลุค แล้วกว่าจะมาถึงวันนี้ เจ้าตัวต้องผ่านอะไรบ้าง เราพาไปดูทุกขั้นตอนแบบละเอียดกัน 

ผอมก็จริงแต่ยังไม่ใช่หุ่นที่ฝันไว้ ความรู้สึกที่ไม่มีใครเห็นของตะวัน 

หลายคนมักคิดว่าคนผอมไม่จำเป็นต้องปรับรูปร่างอีกแล้ว แต่ในความเป็นจริง แต่ละคนมีภาพของตัวเองในแบบที่อยากเป็นแตกต่างกัน สำหรับตะวัน แม้จะไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจมาตลอด คือช่วงเอวที่ดูค่อนข้างตรง เมื่อเทียบกับช่วงสะโพกและช่วงอก ทำให้เวลาสวมชุดเข้ารูปแล้ว ยังไม่เห็นเส้นโค้งแบบ S-Curve ที่ตัวเองต้องการ 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Tawan Phornlaphat (@tawan_phornphat)


ยิ่งต้องทำงานหน้ากล้องบ่อย ยิ่งเห็นความแตกต่างชัดขึ้น เพราะทุกองศาของการยืน การโพส และการเคลื่อนไหว ล้วนส่งผลต่อภาพรวมของรูปร่างหลายครั้งต้องเลือกชุดที่ช่วยพรางสัดส่วน บางชุดสวยมากแต่กลับใส่ไม่ได้อย่างที่หวัง หรือถ้าอยากให้เอวดูคอดขึ้น ก็ต้องพึ่งคอร์เซ็ตช่วยเก็บทรงอยู่เสมอ แต่คอร์เซ็ตก็เป็นเพียงตัวช่วยชั่วคราวเมื่อถอดออก ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตะวันเริ่มมองหาทางเลือกอื่น ที่สามารถช่วยปรับรูปร่างภายใต้การดูแลของแพทย์  


ตะวันตัดสินใจเลือกดัดซี่โครงเพราะอะไร? 

เมื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการปรับรูปร่าง ตะวันได้รู้จักกับ Rib Remodeling หรือโปรแกรม ดัดซี่โครง ซึ่งเป็นแนวทางการปรับรูปทรงบริเวณซี่โครงคู่ล่างในผู้ที่ผ่านการประเมินจากแพทย์แล้วว่าเหมาะสมกับหัตถการ สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวสนใจ ไม่ใช่เพราะอยากมีเอวเล็กที่สุด แต่เป็นการทำให้สัดส่วนโดยรวมดูสมดุลมากขึ้น เพราะสำหรับคนที่ทำงานในวงการบันเทิง รูปร่างไม่ได้ส่งผลแค่เวลาใส่เสื้อผ้า แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิก ความมั่นใจ และภาพลักษณ์ในการทำงานอีกด้วย หลังจากดูรีวิวหลายเคส ศึกษาข้อมูล และเปรียบเทียบแนวทางการรักษา ตะวันจึงตัดสินใจนัดหมายเข้ามาปรึกษาที่ SLC Hospital เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง 

ปรึกษาหมอทศ จุดเริ่มต้นของการออกแบบเอวในแบบที่เหมาะกับแต่ละคน 

เมื่อเดินเข้าห้องตรวจ สิ่งแรกที่ คุณหมอทศ – นพ.ทศพล สุริย์จามร (ว.33105) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจาก SLC Hospital ทำนั้น ไม่ใช่การพูดถึงขนาดเอวที่อยากได้ แต่เป็นการประเมินรูปร่างโดยรวมของตะวันอย่างละเอียดทั้งโครงสร้างลำตัว แนวซี่โครง สัดส่วนระหว่างช่วงอก เอว และสะโพก รวมถึงพูดคุยถึงความคาดหวังหลังทำ เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร ตะวันเล่าว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกมั่นใจ คือคุณหมอไม่ได้แนะนำให้ทำทุกคนเหมือนกัน แต่จะพิจารณาจากโครงสร้างของแต่ละบุคคล และอธิบายทั้งข้อดี ข้อจำกัด รวมถึงแนวทางการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างละเอียด หลังจากประเมินแล้ว หมอทศจึงแนะนำ โปรแกรม Rib Remodeling ซึ่งเป็นการปรับรูปทรงของซี่โครงคู่ที่ 11 และ 12 สำหรับผู้ที่เหมาะสมกับ 

 หัตถการ เพื่อช่วยให้ช่วงเอวมีความโค้งเว้ามากขึ้นเมื่อเทียบกับรูปร่างเดิม โดยยังคงคำนึงถึงความสมดุลของสัดส่วนโดยรวม เมื่อได้รับข้อมูลครบทุกด้าน ตะวันจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ พร้อมตั้งเป้าหมายว่า อยากให้ทุกครั้งที่ส่องกระจกหรือหยิบชุดตัวโปรดมาใส่ รู้สึกมั่นใจในรูปร่างของตัวเองมากขึ้น 

ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทุกขั้นตอนเริ่มต้นจากเช็กประวัติอย่างละเอียด 

แม้จะตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ตะวันให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือความพร้อมของร่างกายก่อนผ่าตัดที่ SLC Hospital มีการตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด ทั้งการซักประวัติ ตรวจเลือด วัดความดัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการประเมินอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายมีความพร้อมสำหรับการรักษา เมื่อผลตรวจทุกอย่างเรียบร้อย จึงเข้าสู่ขั้นตอนการวางตำแหน่ง แนวผ่าตัด และอธิบายการดูแลตัวเองอีกครั้งก่อนเข้าห้องผ่าตัด ตะวันยอมรับว่า แม้จะยังมีความตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่การได้รับข้อมูลอย่างละเอียดจากทีมแพทย์และทีมพยาบาล ทำให้ความกังวลลดลงมาก และพร้อมก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตัวเอง 

รีวิวดัดซี่โครงวันผ่าตัด “ตื่นเต้นกว่าขึ้นเวทีประกวด!” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเข้าห้องผ่าตัด กลับไม่เป็นอย่างที่คิด 

แม้จะผ่านเวทีประกวดระดับประเทศมาแล้ว แต่ตะวันยอมรับว่า เช้าวันที่เดินทางมาถึง SLC Hospital เพื่อเข้ารับการ ดัดซี่โครง กับหมอทศ เป็นอีกวันที่หัวใจเต้นแรงที่สุดวันหนึ่ง ไม่ใช่เพราะกลัวความเจ็บ แต่เพราะกำลังจะตัดสินใจเปลี่ยนรูปร่างในแบบที่ตัวเองฝันมานาน ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทีมแพทย์และพยาบาลได้ตรวจสอบข้อมูลสุขภาพอีกครั้ง พร้อมอธิบายขั้นตอนทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมตัว การดมยาสลบ ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้ตะวันเข้าใจทุกขั้นตอนก่อนเริ่มการรักษา ตะวันเล่าว่า ความรู้สึกในตอนนั้นมีทั้งความตื่นเต้นและความคาดหวัง แต่สิ่งที่ทำให้สบายใจ คือการที่หมอทศเข้ามาพูดคุยก่อนเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง พร้อมอธิบายแผนการรักษาและตอบทุกคำถามจนหมดความกังวล “ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีคนคอยดูแลทุกขั้นตอน เลยมั่นใจมากขึ้น” หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย การผ่าตัดจึงเริ่มต้นขึ้น 

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กับการเปลี่ยนเอวตรงให้มีส่วนเว้ามากขึ้น 

การผ่าตัดในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และวิสัญญีแพทย์ สำหรับตะวัน เวลาสองชั่วโมงผ่านไปเร็วกว่าที่คิด เพราะเมื่อฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เจ้าตัวรู้สึก ไม่ใช่ความตกใจหรือความกลัว แต่เป็นความโล่งใจที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี หลังออกจากห้องผ่าตัด ทีมแพทย์ยังคงติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำวิธีการลุก นั่ง เดิน และการดูแลตัวเองในช่วงแรกของการพักฟื้น แม้จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ทั้งหมดได้ในทันที แต่เพียงแค่รู้ว่าทุกขั้นตอนผ่านไปตามแผน ก็ทำให้ตะวันยิ้มออกได้แล้ว 

แผลประมาณ 1.5 เซนติเมตร เรื่องที่หลายคนกังวล แต่ของจริงกลับต่างจากที่คิด 

หนึ่งในคำถามที่ตะวันได้รับจากแฟนคลับมากที่สุด คือ “ดัดซี่โครงแผลใหญ่ไหม?” เพราะหลายคนจินตนาการว่าการผ่าตัดลักษณะนี้ต้องมีแผลยาวและใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่เมื่อเห็นแผลจริง ตะวันยอมรับว่าเล็กกว่าที่คิด แผลมีขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ตามแผนการรักษา และอยู่ในตำแหน่งที่แพทย์วางไว้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ทำให้การดูแลแผลในช่วงพักฟื้นเป็นไปตามคำแนะนำของทีมแพทย์ เจ้าตัวยังบอกอีกว่า ก่อนทำเคยกังวลเรื่องนี้มาก แต่เมื่อได้เห็นของจริง ก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่หมออธิบายไว้ตั้งแต่วันแรก 

“เริ่มเห็นเอวแล้ว!” ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ตะวันยิ้มไม่หุบ 

ผ่านไปเพียง 3 วัน ตะวันกลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการตามนัด แม้ร่างกายจะยังอยู่ในช่วงพักฟื้น แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวเซอร์ไพรส์ คือเมื่อมองกระจกแล้วเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของช่วงเอว จากเดิมที่ลำตัวค่อนข้างตรง วันนี้เริ่มเห็นเส้นโค้งที่ชัดขึ้น แน่นอนว่าช่วงนี้ยังต้องใส่อุปกรณ์พยุงลำตัว และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่เพียงแค่เห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก็ทำให้ตะวันมีกำลังใจมากขึ้น “เริ่มรู้สึกว่าเอวมาแล้ว” เป็นประโยคที่เจ้าตัวพูดพร้อมรอยยิ้มระหว่างอัปเดตผลลัพธ์ 

จากเอว 26 นิ้ว เหลือประมาณ 23 นิ้ว จนเจ้าตัวยังแอบวัดซ้ำหลายรอบ 

หนึ่งในช่วงที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือการวัดรอบเอวหลังทำเดิมทีตะวันมีรอบเอวประมาณ 26 นิ้ว หลังเข้ารับการรักษาและติดตามผล ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 23 นิ้ว 

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวดีใจเพียงเพราะตัวเลขลดลง แต่เพราะเมื่อมองภาพรวมของรูปร่างแล้ว รู้สึกว่าช่วงเอวรับกับช่วงสะโพกมากขึ้น ทำให้เสื้อผ้าที่เคยใส่ดูเปลี่ยนไปโดยไม่ต้องพึ่งคอร์เซ็ตเหมือนเดิน อย่างไรก็ตาม แพทย์อธิบายว่า ผลลัพธ์และการฟื้นตัวของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย การตอบสนองของเนื้อเยื่อ และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด 

รีวิวจากตะวัน “สิ่งที่เปลี่ยน ไม่ใช่แค่เอว แต่คือความมั่นใจ” 

หลังเริ่มกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน ตะวันสังเกตเห็นว่าตัวเองสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ชุดที่เคยลังเลว่าจะใส่ดีไหม วันนี้กลับหยิบออกมาใส่ได้บ่อยกว่าเดิม เดรสเข้ารูปที่เคยรู้สึกว่ายังไม่เข้ากับรูปร่าง ตอนนี้กลับช่วยขับสัดส่วนให้ดูโดดเด่นขึ้น แม้แต่เวลาถ่ายรูป เจ้าตัวก็ไม่ต้องคอยบิดตัวหรือหามุมเพื่อให้เอวดูคอดเหมือนเมื่อก่อน เพราะสัดส่วนโดยรวมช่วยให้ภาพออกมาดูสมดุลมากขึ้น หลายคนที่เห็นรูปใหม่ของตะวัน ต่างเข้ามาถามคำถามเดียวกัน “ไปออกกำลังกายหนักหรือเปล่า?” บางคนถามต่อว่า “ใส่คอร์เซ็ตทุกวันเลยใช่ไหม?” แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะแล้วตอบแบบสั้น ๆ ว่า “ไม่ได้ใส่คอร์เซ็ตค่ะ…แค่ไปดัดซี่โครงมา” และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนสนใจหัตถการนี้มากขึ้น 

ครบ 1 เดือน! จากคนที่เคยซ่อนเอว วันนี้หยิบชุดเข้ารูปมาใส่ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ 

หนึ่งเดือนหลังเข้ารับการ ดัดซี่โครง กับหมอทศที่ SLC Hospital ตะวันบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างชัดเจนขึ้น เพราะหลังจากดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง สัดส่วนบริเวณเอวก็ค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้นตามลำดับ จากเดิมที่เวลาหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ต้องเลือกเฉพาะชุดที่ช่วยพรางช่วงเอว หรืออาศัยการโพสท่าช่วยสร้างเส้นโค้ง เวลานี้เจ้าตัวกลับรู้สึกว่าการแต่งตัวง่ายขึ้นกว่าเดิม เดรสที่เคยแขวนอยู่ในตู้เพราะคิดว่า “ยังไม่เหมาะกับหุ่น” วันนี้กลับกลายเป็นชุดตัวโปรด เสื้อครอปที่เคยไม่กล้าใส่ เพราะรู้สึกว่าช่วงเอวยังไม่ชัด วันนี้ก็หยิบมาแมตช์กับกางเกงเอวสูงได้อย่างมั่นใจ แม้แต่ชุดว่ายน้ำที่เคยต้องเลือกแบบช่วยอำพรางสัดส่วน ตอนนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งลุคที่เจ้าตัวสนุกกับการแต่งมากขึ้น ตะวันเล่าว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่ตัวเลขบนสายวัด แต่เป็นความรู้สึกทุกครั้งเวลาส่องกระจก เพราะเริ่มเห็นรูปร่างในแบบที่ตัวเองตั้งใจไว้ 

อัปเดตครบ 2 เดือน เอว S-Curve ชัดขึ้น จนเจ้าตัวบอกว่า “นี่แหละหุ่นที่อยากได้” 

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือน ร่างกายเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องตามกระบวนการของแต่ละบุคคล ตะวันบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ตัวเองรู้สึกสนุกกับการแต่งตัวที่สุด เพราะสามารถเลือกเสื้อผ้าได้หลากหลายกว่าเดิม โดยไม่ต้องกังวลว่าช่วงเอวจะดูตรงเหมือนเมื่อก่อน จากภาพ Before & After จะเห็นว่าช่วงลำตัวมีความโค้งเว้ามากขึ้น เอวรับกับสะโพกได้อย่างสมดุล ส่งผลให้ภาพรวมของรูปร่างดูเป็น S-Curve มากกว่าเดิม อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เจ้าตัวชอบมาก คือเวลาถ่ายรูป ไม่ต้องคอยบิดตัวหรือหามุมเพื่อสร้างเอวเหมือนแต่ก่อน เพราะสัดส่วนที่เปลี่ยนไปช่วยให้การโพสท่าดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับตะวัน นี่ไม่ใช่การแข่งขันกับใคร หรือการทำเพื่อให้เหมือนคนอื่น แต่เป็นการทำเพื่อตัวเอง และเพื่อให้ทุกครั้งที่ส่องกระจก รู้สึกพอใจกับรูปร่างในแบบที่เลือก 

ดัดซี่โครง เหมาะกับทุกคนหรือไม่? 

แม้ผลลัพธ์ของตะวันจะทำให้หลายคนสนใจ ดัดซี่โครง มากขึ้น แต่สิ่งที่หมอทศเน้นย้ำกับคนไข้ทุกคน คือหัตถการนี้ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์จะประเมินโครงสร้างร่างกาย สัดส่วน สุขภาพ และความคาดหวังของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่าเหมาะกับโปรแกรม Rib Remodeling หรือไม่ รวมถึงอธิบายข้อดี ข้อจำกัด ความเสี่ยง และแนวทางการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน ดังนั้น หากกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดัดซี่โครง สิ่งสำคัญคือการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนเสมอ เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างร่างกายที่แตกต่างกัน และผลลัพธ์รวมถึงระยะเวลาการฟื้นตัวก็อาจไม่เหมือนกัน 

สนใจดัดซี่โครง ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินความเหมาะสม 

หากคุณเป็นอีกคนที่รู้สึกว่าช่วงเอวยังไม่สมส่วน แม้ออกกำลังกายและดูแลรูปร่างอย่างต่อเนื่องแล้ว หรือกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ โปรแกรมดัดซี่โครง (Rib Remodeling) สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ของ SLC Hospital เพื่อรับการประเมินโครงสร้างร่างกายและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เข้าใจว่าหัตถการนี้ตอบโจทย์เป้าหมายของคุณหรือไม่ รวมถึงได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา การดูแลหลังผ่าตัด และข้อควรทราบก่อนตัดสินใจ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงที่ดี ควรเริ่มต้นจากการวางแผนที่เหมาะสมกับตัวเอง 

หมายเหตุ: การผ่าตัดทุกประเภทมีความเสี่ยงและข้อจำกัด ผลลัพธ์ ระยะเวลาการฟื้นตัว และการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินและรับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา