มีคนบอกว่า “ใบหน้าคือสิ่งที่ซ่อนอายุได้ยากที่สุด” หลายคนดูแลผิวมาตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับเริ่มสังเกตว่า แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้มลึกขึ้น หรือใบหน้าช่วงล่างดูหนักกว่าเดิม ทั้งที่น้ำหนักตัวแทบไม่เปลี่ยน โดยความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของผิวเพียงอย่างเดียว หากแต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ “การ ดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) อย่างโปรแกรม ศัลยกรรมดึงหน้า Total 3D Facelift™ ที่ SLC Hospital” ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยอย่างตรงจุด 

บทความนี้ไม่ได้พาคุณมาดูแค่ภาพรีวิว Before & After กับโปรแกรม ดึงหน้า ที่ SLC Hospital เพียงอย่างเดียวแต่จะพาไปทำความเข้าใจว่า ทำไมแต่ละเคสจึงมีปัญหาไม่เหมือนกัน แพทย์ประเมินจากอะไร และเหตุใดการดึงหน้าชั้นลึกจึงไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน แล้วทำไมทุกคนถึงเทใจมาดึงหน้ากันที่ SLC Hospital 

ทำไมการ ดึงหน้าชั้นลึก ถึงกลายเป็นคำตอบของคนที่ใบหน้าเริ่มหย่อน? 

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดจากผิวด้านนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไป ทั้งชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ ชั้น SMAS และเนื้อเยื่อพยุงใบหน้า เมื่อโครงสร้างเหล่านี้ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงตามวัย จึงอาจทำให้แก้มตก ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด และใบหน้าช่วงล่างดูหนักขึ้น แม้จะดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอก็ตาม 

ด้วยเหตุนี้การ ดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) อย่างโปรแกรม ศัลยกรรมดึงหน้า Total 3D Facelift™ จึงได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะแนวคิดของเทคนิคนี้ไม่ได้มุ่งดึงผิวให้ตึงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประเมินและยกกระชับโครงสร้างที่อยู่ลึกกว่าผิว เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสาเหตุของความหย่อนคล้อยในแต่ละบุคคล 

การดึงหน้าชั้นลึกจึงมักเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณาในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดบริเวณแก้ม กรอบหน้า ใบหน้าส่วนล่าง หรือลำคอ รวมถึงผู้ที่เคยทำหัตถการยกกระชับบางรูปแบบแล้วรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากต้นตอของปัญหาอาจอยู่ลึกกว่าชั้นผิวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

 

ปัญหาผิวหย่อน ร่องลึก กรอบหน้าไม่ชัด เกิดขึ้นได้อย่างไร? 

ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ สะสมตามวัย หลายคนเริ่มสังเกตว่าแก้มดูตก ร่องแก้มและร่องน้ำหมากลึกขึ้น มุมปากเริ่มตก กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม หรือมีเหนียงและผิวลำคอหย่อนมากขึ้น จนทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าและมีอายุมากกว่าที่รู้สึก 

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเห็นได้ชัดบริเวณใบหน้าส่วนล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แรงพยุงของโครงสร้างใบหน้าลดลงตามวัย ส่งผลให้แนวกรามเริ่มไม่เรียบ กรอบหน้าดูไม่ชัด และช่วงแก้มล่างดูหนักกว่าที่เคย แม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักก็ตาม 

ในขณะเดียวกัน ร่องแก้มและร่องน้ำหมากก็มักลึกขึ้นตามการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อใบหน้า จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแลผิวเพียงอย่างเดียว หรือการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว อาจไม่สามารถช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้นได้ในบางราย 

ด้วยเหตุนี้ ความหย่อนคล้อยจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาริ้วรอยบนผิวหนังเท่านั้น แต่ควรมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าหลายชั้นที่เกิดขึ้นตามวัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการประเมินเพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล 

สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น 

ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างหลายชั้น ตั้งแต่ผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ ชั้น SMAS ไปจนถึงพังผืดที่ช่วยพยุงใบหน้า เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้เสื่อมลงตามวัย จึงอาจทำให้แก้มตก ร่องลึกชัดขึ้น กรอบหน้าไม่คม และใบหน้าส่วนล่างดูหนักกว่าที่เคย โดยสาเหตุสำคัญ ได้แก่ 

    • ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นเมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวจะบางลง ยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้เกิดริ้วรอย ร่องลึก และผิวส่วนเกินได้ง่าย 
    • ไขมันบนใบหน้าเคลื่อนตำแหน่ง (Fat Compartments)ไขมันบางส่วนค่อย ๆ ยุบตัว ขณะที่บางส่วนเคลื่อนต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้แก้มตก ร่องแก้มลึก และใบหน้าช่วงล่างดูหนักขึ้น 
    • ชั้น SMAS อ่อนแรงลงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยพยุงใบหน้า เมื่อชั้นนี้เสื่อมลง ความกระชับของแก้ม กรอบหน้า และใบหน้าส่วนล่างก็ลดลงตามไปด้วย 
    • พังผืดยึดใบหน้าหย่อนตัว (Retaining Ligaments)พังผืดที่ทำหน้าที่ยึดเนื้อเยื่อใบหน้าอาจอ่อนแรงลงตามวัย ทำให้เนื้อเยื่อเคลื่อนต่ำลง เกิดเป็นแก้มตก ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าไม่ชัด 
    • กล้ามเนื้อคอและผิวลำคอเปลี่ยนแปลงตามวัยกล้ามเนื้อ Platysma และผิวบริเวณลำคออาจสูญเสียความกระชับ ทำให้เกิดเหนียง แนวคอไม่เรียบ และส่งผลให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน 
    • ปัจจัยภายนอกเร่งการเสื่อมของผิวและโครงสร้างใบหน้า แสงแดด มลภาวะ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวบ่อย ๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจเร่งให้ผิวและโครงสร้างใบหน้าเสื่อมเร็วขึ้น จนเห็นความหย่อนคล้อยได้ชัดกว่าวัย 

 

เมื่อรู้สาเหตุของความหย่อนคล้อยแล้ว ทำไมการประเมินโดยแพทย์จึงสำคัญ? 

เมื่อเข้าใจแล้วว่าความหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลายชั้นของใบหน้า ขั้นตอนสำคัญต่อมาคือการประเมินโดยศัลยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่ใด และโปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกเหมาะกับแต่ละบุคคลหรือไม่ 

การประเมินไม่ได้อาศัยอายุหรือภาพรีวิว แต่พิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และสุขภาพโดยรวม เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุด 

สิ่งที่แพทย์ใช้ประเมินก่อนวางแผนการรักษา 

    • ระดับความหย่อนของแก้มและใบหน้าส่วนล่าง 
    • ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้า 
    • ความหย่อนของลำคอและกล้ามเนื้อคอ 
    • คุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว 
    • สุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ 
    • ประวัติการผ่าตัดหรือหัตถการบนใบหน้า 

ในมุมมองของ นพ. ศิวัตม์ ล้วนรักษา (หมอเฟบ) ว.37556 โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกไม่ใช่การผ่าตัดแบบ “สูตรสำเร็จ” แต่เป็นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ควรตั้งความคาดหวังให้เหมาะสม เพราะเป้าหมายของโปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้า แต่เป็นการช่วยยกกระชับโครงสร้างเดิม คืนความสมดุล และคงเอกลักษณ์ของใบหน้าไว้ 

ก่อนผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้ อาหารเสริม ประวัติการแพ้ยา และหัตถการที่เคยทำ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาและดูแลหลังผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม 

มัดรวม รีวิว เคสดึงหน้าชั้นลึก กับโปรแกรม ศัลยกรรมดึงหน้า Total 3D Facelift™ ที่สะท้อนปัญหาต่างวัย 

โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ในแต่ละเคสไม่ควรถูกมองเป็นสูตรเดียวกันทั้งหมด เพราะคนวัย 50+ ปี แต่ละคนจะมีรายละเอียดปัญหาไม่เหมือนกัน ทั้งระดับผิวหย่อน ความลึกของร่องแก้ม แนวกรอบหน้า และความหย่อนของลำคอ วันนี้เราจะพาทุกคนไปแกะรอยเคล็ดลับกระชากวัยจาก 4 เคสตัวแม่ระดับตำนาน ที่พากันเดินหน้าเข้าสู่ SLC Hospital เพื่อทวงคืนความมั่นใจ

เคสที่ 1: “พี่ไก่ พรรณนิภา” เจ้าของตำนานดอกกุหลาบแดง สู่ใบหน้าโกงอายุ 60 

บริเวณแก้มส่วนกลาง (Midface) ถือเป็นจุดสำคัญของความอ่อนเยาว์ เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันแก้ม (Malar Fat Pad) จะค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลง ขณะที่กระดูกใต้เบ้าตามีการเปลี่ยนแปลงตามวัย ส่งผลให้ร่องแก้มลึก แก้มตอบ และใบหน้าดูขาดมิติ ศัลยแพทย์จึงเลือกยกกระชับชั้นโครงสร้างลึก พร้อมปรับตำแหน่งไขมันแก้มกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยลดแรงตึงของผิวหนัง เพิ่มความอิ่มฟูบริเวณแก้ม และทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการดึงผิวเพียงอย่างเดียว 

 

เคสที่ 2: สยบข่าวลือ! “แก้ว อภิรดี” ดาราสาว 90s สวยสะพรั่งย่าง 60 

เมื่อกรอบหน้าและลำคอเริ่มสูญเสียแรงพยุงจากโครงสร้างชั้นลึก หนึ่งในสัญญาณของวัยที่เห็นได้ชัด คือบริเวณกรอบหน้าส่วนล่างและลำคอ ซึ่งไม่ได้เกิดจากผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับการหย่อนตัวของชั้น SMAS ร่วมกับการแยกตัวของกล้ามเนื้อลำคอ (Platysma) ทำให้เกิดเหนียง เส้นกรามไม่ชัด และลำคอดูหย่อนคล้อย ทีมศัลยแพทย์เลือกทำโปรแกรมดึงหน้าส่วนล่างร่วมกับ Platysmaplasty เพื่อเย็บกระชับกล้ามเนื้อลำคอ พร้อมยกชั้น SMAS ในทิศทางที่สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้า ช่วยลดความหย่อนคล้อยและฟื้นกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้น โดยซ่อนแผลไว้ตามแนวไรผมและหลังใบหูอย่างแนบเนียน 

เคสที่ 4  “พี่จิ๊ก เนาวรัตน์” วัย 68 ปี จากอดีตเคยพัง สู่ความสดใส 

เมื่อเข้าสู่วัย 60 ปีขึ้นไป ความเปลี่ยนแปลงมักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงตำแหน่งเดียว แต่เกิดพร้อมกันหลายชั้น ตั้งแต่หนังตาที่เริ่มตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไขมันแก้มเคลื่อนต่ำ มุมปากคว่ำ ไปจนถึงกรอบหน้าที่สูญเสียความคมชัด ภาพรวมของใบหน้าจึงดูเหนื่อยล้าและมีอายุ แม้แต่ละปัญหาจะดูไม่รุนแรงเมื่อพิจารณาแยกกัน 

ทีมแพทย์จึงออกแบบการการดูแลผสาน เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างหลายระดับพร้อมกัน ได้แก่ 

    • Total 3D Facelift™ (หมอเฟบ) ยกกระชับชั้น SMAS เพื่อพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย คืนตำแหน่งแก้ม ลดเหนียง และสร้างกรอบหน้าใหม่โดยลดแรงดึงที่ผิวหนัง 
    • Kylie Smile™ (หมอซายน์) ปรับทิศทางของกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง (Depressor Anguli Oris) เพื่อให้รอยยิ้มดูสดใสและเป็นธรรมชาติ 
    • ผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (หมอเต้) ซ่อมแซมเอ็นกล้ามเนื้อเปลือกตาบน (Levator Aponeurosis) เพื่อเปิดดวงตาให้ดูสดชื่น ลดลักษณะตาปรือจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง 

ผลลัพธ์คือการฟื้นฟูภาพรวมของใบหน้า โดยยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ และช่วยให้ใบหน้าดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ 

 

 

เคสที่ 5: รีวิวจาก “คุณมูนา” การันตีผลลัพธ์ความปัง 

เมื่อเส้นเอ็นยึดเกาะผิวเริ่มคลายตัว โครงสร้างใบหน้าทั้งระบบก็เปลี่ยนไป เส้นเอ็นยึดเกาะผิว (Retaining Ligaments) ทำหน้าที่เสมือนจุดยึดที่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่ง เมื่ออายุมากขึ้น เส้นเอ็นเหล่านี้จะสูญเสียความแข็งแรง ทำให้เนื้อเยื่อเคลื่อนต่ำลง เกิดเป็นแก้มห้อย ร่องแก้ม และกรอบหน้าที่ไม่ชัด ในเคสนี้ ทีมแพทย์จึงไม่ได้มุ่งเน้นการดึงผิวให้ตึง แต่เลือกเย็บกระชับชั้น SMAS และฟื้นฟูการพยุงของโครงสร้างชั้นลึก เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น พร้อมคงการแสดงสีหน้าและอัตลักษณ์เดิม 

  

บทสรุป เผยใบหน้าที่สดใส ด้วยการ ดึงหน้าชั้นลึก กับโปรแกรม ศัลยกรรมดึงหน้า Total 3D Facelift™ 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับรีวิวโปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกที่เรานำมาฝาก หวังว่าหลายคนจะได้คำตอบว่า “ความหน้าเด็ก” ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าใบหน้าของเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะบางคนมีปัญหาที่แก้มหย่อน บางคนกรอบหน้าไม่คม บางคนกังวลเรื่องลำคอ และบางคนอาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลยก็ได้ ดังนั้นการประเมินโดยแพทย์จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพื่อค้นหาวิธีดูแลที่เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ใช่การทำตามรีวิวหรือเทรนด์เพียงอย่างเดียว 

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าเวลาส่องกระจกแล้วใบหน้าไม่สดใสเหมือนเดิม มุมหน้าดูตก ร่องลึกชัดขึ้น หรือถ่ายรูปแล้วไม่มั่นใจเหมือนเมื่อก่อน ลองเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ของ SLC Hospital เพื่อรับการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การประเมินปัญหาไปจนถึงการเลือกเทคนิคที่เหมาะกับคุณ เพราะเป้าหมายของโปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก ไม่ใช่การเปลี่ยนให้คุณเป็นคนใหม่ แต่คือการพาใบหน้าที่คุ้นเคย…กลับมาดูสดใส ยกกระชับ และดูอ่อนเยาว์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง 

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดึงหน้าชั้นลึก 

    1. โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก คืออะไร
      คำตอบ โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เน้นการประเมินชั้นเนื้อเยื่อพยุงใบหน้าที่อยู่ลึกกว่าผิวชั้นบน โดยเฉพาะบริเวณแก้ม กรอบหน้า ใบหน้าช่วงล่าง และลำคอในบางกรณี 

    2. โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง 

      คำตอบ โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก อาจช่วยดูแลปัญหาแก้มตก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด กรอบหน้าไม่คม ใบหน้าช่วงล่างดูหนัก และผิวลำคอหย่อนในรายที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม 

    3. โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก เหมาะกับอายุเท่าไหร่ 

      คำตอบ  โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก ไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูระดับความหย่อนคล้อย สภาพผิว สุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และความพร้อมในการพักฟื้นร่วมด้วย 

    4. โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ต่างจากการดึงหน้าทั่วไปอย่างไร 

      คำตอบ  โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก เน้นการประเมินชั้นเนื้อเยื่อพยุงใบหน้าที่ลึกกว่าผิวชั้นบน จึงต่างจากการดึงผิวแบบผิวเผินที่เน้นจัดการผิวส่วนเกินเป็นหลัก 

    5. ก่อนทำโปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ต้องเตรียมตัวอย่างไร


      คำตอบ โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ก่อนทำควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้ อาหารเสริม ประวัติแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดใบหน้า และประวัติการทำหัตถการมาก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินแผนที่เหมาะสม 

    6. หลังทำโปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้าชั้นลึก ต้องพักฟื้นนานไหม

      คำตอบ  โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก มีระยะพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ สภาพผิว สุขภาพโดยรวม และการดูแลหลังทำ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์และมาติดตามผลตามนัด 

References 

    1. American Society of Plastic Surgeons. Facelift Surgery: Recovery. 
    2. American Society of Plastic Surgeons. Facelift Surgery: Risks and Safety. 
    3. Mayo Clinic. Face-lift: Overview, Risks and Results. 
    4. StatPearls, NCBI Bookshelf. Deep Plane Facelift. 
    5. StatPearls, NCBI Bookshelf. Anatomy, Skin, Superficial Musculoaponeurotic System. 
    6. Khoury S, et al. The Deep Plane versus SMAS Facelift: A Systematic Review. PubMed. 

Doctor Reference 

    1. SLC Hospital. Dr. Sivat Luanraksa, M.D.  นพ. ศิวัตม์ ล้วนรักษา (หมอเฟบ) ว.37556, Medical Director SLC Hospital / Plastic. 

 

Tagged : #.