ช่วงนี้หน้าดูโทรม ดูเหนื่อย หรือแอบดูมีอายุขึ้นมาแบบงง ๆ ทั้งที่โบกสกินแคร์จัดเต็ม ริ้วรอยรอบดวงตาก็ยังไม่มี แต่ทำไมภาพรวมใบหน้าถึงดูเปลี่ยนไป บอกเลยว่าหลายคนมักจะโฟกัสไปที่เรื่องของผิวพรรณหรือรอยคล้ำใต้ตา จนอาจมองข้ามจุดหนึ่งของใบหน้าไป นั่นก็คือ “ริมฝีปาก” นั่นเอง รู้หรือไม่ว่ารูปปากที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา คือตัวการที่ทำให้เรามีภาวะ หน้าแก่ก่อนวัย ได้แบบไม่รู้ตัว! พออายุเริ่มเข้าสู่วัยทำงานหรือวัยกลางคนคอลลาเจนลดลง โครงสร้างผิวเปลี่ยน ทรงปากที่เคยดูเต่งตึงก็เริ่มฟีบแบน มุมปากเริ่มตก ทิ้งร่องรอยความมีอายุไว้ให้ปวดใจเล่น

แต่ยุคนี้มีนวัตกรรมและเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด วันนี้จะพามาเจาะลึกปัญหา หน้าแก่ เพราะปาก พร้อมเปิดวาร์ปเทคนิคปรับรูปปากอย่าง ปากแมว ศัลยกรรม ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ มาดูกันเลยว่าคุณหมอซายน์ – พญ. ผจงพร สดงาม (ว.31731) ศัลยแพทย์ตกแต่ง SLC Hospital ให้คำแนะนำเรื่องปากแบบไหนบ้างที่ทำให้ดูหน้าแก่ แล้วเราจะรีเซตวัยเติมความสดใส คืนความละมุนให้ใบหน้าได้ยังไงบ้าง?!

3 สัญญาณเตือน! ทรงปากแบบไหนที่ทำให้คุณดู “หน้าแก่”

ก่อนอื่นเลยเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง คุณหมอซายน์ – พญ. ผจงพร สดงาม (ว.31731) ศัลยแพทย์ตกแต่ง SLC Hospital ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า ปากที่สวยและแลดูเด็ก ไม่ใช่แค่ริมฝีปากที่ใหญ่หรือหนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นริมฝีปากที่ได้สัดส่วนรับกับจมูกและคางอย่างลงตัว โดยสัดส่วน Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำของใบหน้าคือริมฝีปากบนต่อริมฝีปากล่างควรอยู่ที่ประมาณ 1:1.6 จึงจะแลดูเป็นธรรมชาติ พี่ ๆ ลองหยิบกระจกมาเช็กดูซิว่าพี่กำลังเจอกับ 3 ปัญหานี้อยู่หรือเปล่า?

  • มุมปากตก สัญญาณแรกที่ชัดเจนมาก พออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อและผิวหนังรอบริมฝีปากจะเริ่มหย่อนคล้อย ดึงให้มุมปากตกลงมา ทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมอง ดูหน้าดุ หรือเหมือนคนกำลังหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา
  • ริมฝีปากบางลง ไร้มิติ คอลลาเจนและอีลาสตินที่หายไปตามวัย ทำให้เนื้อปากที่เคยเต่งตึงค่อย ๆ ฝ่อตัวลง ริมฝีปากดูแบน ปากที่เคยอวบอิ่มหายไป เวลายิ้มแล้วแทบจะไม่เห็นเนื้อปากบนเลย ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะห่างจมูกกับปากยาวขึ้น นี่คือตัวการหลักของปัญหาหน้าแก่ ที่หลายคนไม่เคยรู้! เมื่อผิวหนังยืดตัวออกตามแรงโน้มถ่วงและอายุที่มากขึ้น ระยะห่างจากฐานจมูกถึงริมฝีปากบน หรือร่องเหนือริมฝีปากจะยาวขึ้น ทำให้สัดส่วนใบหน้าส่วนล่างดูยืดผิดปกติ ขาดความสมดุล และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง

ถ้าเช็กแล้วพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้แม้เพียง 1 ข้อแปลว่าริมฝีปากกำลังขโมยความอ่อนเยาว์ของเธอไปแล้วนะ!

สวยเหมือนกันจริงไหม ฉีดฟิลเลอร์ VS ศัลยกรรมปากแมว เลือกแบบไหนดี?

พอรู้ตัวว่าปากมีปัญหา หลายคนก็เริ่มลังเลว่าจะเลือกสารเติมเต็ม หรือจะพุ่งตัวเข้าห้องผ่าตัดไปเลยดี คุณหมอซายน์ – พญ. ผจงพร สดงาม (ว.31731) อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าทั้งสองวิธีมีจุดประสงค์ต่างกัน ต้องเลือกใช้ให้ตรงกับ “ปัญหาของโครงสร้าง” แต่ละบุคคล

สิ่งที่ต้องระวังที่สุดตามที่คุณหมอซายน์เตือนไว้คือ การพยายามใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้ปัญหา “ความหย่อนคล้อย” หรือ “ระยะปากที่ยาวเกินไป” เพราะโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทำหน้าที่เพิ่มเนื้อ แต่ไม่สามารถหดระยะผิวหนังหรือเปลี่ยนทิศทางกล้ามเนื้อได้ หากฝืนเติมเข้าไปเยอะ ๆ ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่ปากที่ยกกระชับ แต่จะกลายเป็นภาวะปากยื่นผิดรูป ดังนั้น หากโครงสร้างปากมีปัญหาเรื่องความหย่อนหรือตก การเลือกทำศัลยกรรมคือการรีเซตโครงสร้างที่ตอบโจทย์ในระยะยาวมากกว่า

ทำความรู้จัก ปากแมว ศัลยกรรมเทรนด์กู้หน้าอ่อนวัยที่กำลังมาแรง

ในช่วงปีที่ผ่านมา ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะเห็นความฮอตของทรง ปากแมว พส จีน สาว ๆ Douyin ที่กำลังเป็นไวรัล ทรงปากแบบนี้มีความแตกต่างจากทรงปากกระจับแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน

ถ้าเป็นปากกระจับสมัยก่อนจะเน้นความคมกริบ รอยหยักลึกชัดเจน ซึ่งบางครั้งอาจจะดูแข็งเกินไปนิดนึง แต่สำหรับทรง ปากแมว หรือ MeowKiss™ Program จะเน้นความโค้งมน ละมุนตา มีรอยบุ๋มหรือร่องเล็ก ๆ ตรงกลางเหนือริมฝีปากบน ทำให้ริมฝีปากบนดูป๊อปอัพขึ้นมา ผสานกับการยกมุมปากขึ้นเบา ๆ ฟีลลิ่งเหมือนคนกำลังอมยิ้มอ่อน ๆ ตลอดเวลา ได้ลุคที่ดูเป็นมิตร ซอฟต์ ๆ แบบสาววัยหวาน น่ารักน่าเอ็นดู และที่สำคัญคือช่วยลดทอนความดุของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

5 เทคนิคเปลี่ยนลุค ปั้นทรงปากแมวสุดจึ้งที่ SLC Hospital

พอพูดถึงการทำโปรแกรมศัลยกรรมปากสุดฮิตที่ SLC Hospital หลายคนอาจจะสงสัยว่าต้องทำแบบไหนถึงจะดูดี ขอบอกตรงนี้เลยว่าที่นี่ออกแบบเคสต่อเคสตามที่ คุณหมอซายน์ – พญ. ผจงพร สดงาม (ว.31731) แนะนำ โดยมีให้เลือกปั้นลุคถึง 5 สูตรหลัก ซึ่งทุกสูตรจะมีกิมมิคคือการสร้างรอยบุ๋มกลางปากเหนือริมฝีปากบนให้ดูมีมิติ จากนั้นปรับเพิ่มเทคนิคอื่น ๆ ตามปัญหาโครงสร้าง ดังนี้

MeowKiss™ Program ปากแมวแบบเบสิก

สำหรับคนที่โครงปากเดิมของตัวเองโอเคอยู่แล้ว แต่แอบอยากเพิ่มกิมมิคความน่ารักเข้าไปอีกนิด ปากแมวสูตรเบสิกนี่แหละตอบโจทย์สุด! เทคนิคนี้แพทย์จะเน้นดีไซน์แค่การสร้างรอยบุ๋มตรงกลางเหนือริมฝีปากบนให้ดูมีมิติขึ้นมา เวลายิ้มคือโลกละลายไปเลยจ้า

  • MeowKiss™ Program ปากแมว เหมาะกับใคร? สายเกาหลีที่เน้นความเป็นธรรมชาติ, คนที่โครงปากสวยอยู่แล้วแต่ขาดมิติ, และคนที่ไม่ค่อยอยากแตะเข็มหรือทำอะไรเยอะ ๆ

MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Filler Program

สาวริมฝีปากบางเฉียบ ทาลิปสติกแล้วไม่ค่อยเห็นขอบปาก หรือรู้สึกว่าทรงปากซ้ายขวาไม่ค่อยเท่ากัน ปากแมวสูตรนี้ช่วยกู้ชีพได้เริ่ดมาก! เพราะนอกจากจะได้รอยบุ๋มสุดละมุนแล้ว แพทย์จะใช้เทคนิคเติมสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์เข้าไปช่วยแต่งทรงปากเบา ๆ ดันให้ปากอวบอิ่ม และดูมีน้ำมีนวลขึ้น ได้ฟีลลิ่งสาวเกาหลีลุคซอฟต์ ๆ ที่ดูสุขภาพดีจากภายใน

  • MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Filler Program เหมาะกับใคร? คนที่มีริมฝีปากบาง, ทรงปากไม่สมดุล, อยากได้ลุค ปากอิ่มฟู แบบซอฟต์ ๆ

MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Bull Horn Program

นี่คือสูตรเด็ดสำหรับคนที่กำลังกลุ้มใจเรื่องหน้าแก่ หรือดูหน้าล้ำวัยเพราะมี “ระยะพื้นที่ระหว่างจมูกถึงปากยาวเกินไป” ทำให้เนื้อปากดูย้อยและไร้มิติ เทคนิคนี้จะเป็นการคอมโบผ่าตัดปากแมวร่วมกับ Bull Horn หรือการตัดหนังเหนือริมฝีปากเพื่อยกฐานปากให้เชิดสูงขึ้น พอระยะตรงนี้สั้นลงปุ๊บ หน้าจะดูเด็กลงปั๊บเหมือนเสกได้! แถมได้ความละมุนจากรอยบุ๋มมาเสริมทัพ บอกเลยว่าสูตรนี้ให้ฟีลลิ่งปากแมว พส จีน ในโต่วอินแบบเป๊ะปังสุด ๆ

  • MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Bull Horn Program เหมาะกับใคร? คนที่มีระยะจมูกถึงปากยาว, ริมฝีปากดูหย่อนคล้อย, หน้าดูมีอายุหรือดูไม่สดใส

MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Bull Horn Program และ Filler Program

ใครที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าปัญหาปากฉันมันเยอะซะเหลือเกิน ทั้งยาว ทั้งบาง ทั้งย้อย แนะนำว่าจัดเต็มปากแมวสูตรนี้ไปเลย! เป็นการรวบตึงทั้งการตัดหนังยกฐานปาก สร้างรอยบุ๋มสุดคิวต์ และเติมฟิลเลอร์ให้อวบอิ่มไปพร้อม ๆ กัน สูตรนี้จะช่วยพลิกโฉมโครงปากใหม่ทั้งหมดให้ดูหวานฉ่ำแบบ 360 องศา สวยครบจบในครั้งเดียว ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาทำหลายรอบ

  • MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Bull Horn Program และ Filler Program เหมาะกับใคร? คนที่อยากเปลี่ยนโครงหน้าและโครงปากแบบพลิกโฉม, คนที่มีปัญหาเรื่องรูปปากหลายจุด, อยากสวยคอมพลีทในรอบเดียว

MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Filler Program และยกมุมปาก Kylie Smile™ Program

ตัวมัมของการทำปากต้องยกให้ปากแมวสูตรนี้! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่โดนคนรอบข้างทักบ่อย ๆ ว่า “ทำไมหน้าดุจัง?” หรือ “หน้าบึ้งตลอดเวลา” เพราะปัญหาหน้าแก่ก่อนวัยที่ทำให้มุมปากตก สูตรนี้คือทางออกที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้เลย แพทย์จะทำการสร้างรอยบุ๋ม เติมความอิ่มฟู และไฮไลต์คือการใช้เทคนิค Kylie Smile™ Program เพื่อยกมุมปากที่ตกให้ดูเชิดขึ้นเหมือนคนกำลังอมยิ้มอ่อน ๆ ตลอดเวลา ทำเสร็จปุ๊บใบหน้าจะดูเป็นมิตรและซอฟต์ละมุนขึ้นสิบระดับ รอยยิ้มดูจริงใจแบบไม่ต้องฝืนยิ้มอีกต่อไป!

  • MeowKiss™ Program ปากแมวร่วมกับ Filler Program และยกมุมปาก Kylie Smile™ Program เหมาะกับใคร? คนที่มีปัญหามุมปากตก, หน้าดุ หน้าดูเครียด, คนที่มีอายุและโครงสร้างปากเริ่มหย่อนคล้อย, อยากได้ลุคที่ดูเป็นมิตรสดใส

เช็กด่วน! ใครบ้างที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมปากแมว? 

หากคุณกำลังอ่านแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ หรือนี่คือสิ่งที่ฉันตามหา?” ลองมาดูเช็กลิสต์กันว่าโปรแกรมปากแมวเหล่านี้เหมาะกับคุณหรือไม่

  • คนที่ต้องการแก้หน้าดุ มุมปากตกจนดูเศร้าหมอง ทำงานแล้วเพื่อนร่วมงานไม่กล้าเข้าหา
  • คนที่มีปัญหาปากบางย้อย ทาลิปสติกแล้วไม่สวย ไม่เห็นรูปทรงปากที่ชัดเจน
  • คนที่อยากได้ลุคละมุนแบบ พส จีน หลงใหลในความน่ารัก ซอฟต์หวาน อยากหน้าเด็กขึ้น
  • คนที่มีระยะจมูกถึงปากยาว ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน ดูมีอายุ
  • คนที่ไม่อยากเติมสารเติมเต็มบ่อย ๆ ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนาน เป็นการปรับโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ปากแมว 

การผ่าตัดศัลยกรรมปากแมว แม้จะเป็นการผ่าตัดเล็กแต่ก็อยู่ในจุดที่บอบบางและมีการขยับอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำจึงสำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูดีจนเป็นที่น่าพอใจ

ก่อนทำศัลยกรรมปากแมว

  • งดวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ตามคำแนะนำของแพทย์) เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ปรึกษาและพูดคุยกับแพทย์ให้ละเอียด แจ้งประวัติสุขภาพให้ครบถ้วน เพื่อให้แพทย์ประเมินและออกแบบทรงปากแมวได้อย่างมั่นใจขึ้น

หลังทำศัลยกรรมปากแมว

  • ประคบเย็นให้เป๊ะ ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ขยันประคบเย็นรอบ ๆ บริเวณที่ผ่าตัด (ระวังอย่าให้โดนแผลโดยตรง) เพื่อลดความบวมช้ำ
  • ระวังเรื่องอาหารการกิน งดอาหารรสจัด ของหมักดอง ของดิบ และอาหารที่ต้องอ้าปากกว้าง ๆ เน้นทานอาหารอ่อน ๆ ไปก่อนในช่วงแรก
  • รักษาความสะอาด บ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนหลังมื้ออาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันเศษอาหารตกค้าง
  • งดแสดงอารมณ์รุนแรง อย่าเพิ่งหัวเราะกว้าง ๆ หรืออ้าปากสุดขีด ให้แผลและกล้ามเนื้อได้เซตตัวและสมานกันดีก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ศัลยกรรมปากแมวคืออะไร?

A: ศัลยกรรมปากแมว คือการปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูมีมิติมากขึ้น โดยมักเน้นบริเวณริมฝีปากบนให้มีรอยหยักหรือรอยบุ๋มกลางปากที่ชัดขึ้น ร่วมกับการออกแบบให้รูปปากดูโค้งละมุนและรับกับใบหน้าโดยรวม จุดประสงค์คือช่วยให้ริมฝีปากดูมีทรง ปากอิ่มฟูขึ้นอย่างเหมาะสม และทำให้ใบหน้าดูซอฟต์ลง ทั้งนี้รูปแบบการทำจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างปากเดิมและการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

Q2: ปากแมวต่างจากปากกระจับอย่างไร?

A: ปากกระจับมักเน้นการปรับริมฝีปากบนให้มีหยักกลางปากชัดและเป็นทรงมากขึ้น ส่วนปากแมวจะให้ความสำคัญกับภาพรวมที่ดูละมุนกว่า เช่น รอยบุ๋มกลางปาก ความโค้งของริมฝีปาก และความรู้สึกเหมือนกำลังยิ้มอ่อน ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับคนที่อยากได้ลุคหวาน ซอฟต์ และมีเสน่ห์แบบไม่ดูแข็งจนเกินไป

Q3: เทรนด์ฮิต ศัลยกรรมปากแมวเหมาะกับใคร?

A: ศัลยกรรมปากแมวเหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่ารูปปากเดิมขาดมิติ ปากบนแบน ไม่มีรอยหยักชัด ปากบาง หรืออยากให้ปากดูอิ่มฟูและละมุนขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่รู้สึกว่ามุมปากตก ทำให้ใบหน้าดูดุ ดูเศร้า หรือดูเหนื่อยง่าย อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินจากรูปปากจริง โครงหน้า ความหนาของริมฝีปาก และความคาดหวังของแต่ละบุคคล

Q4: คนปากบางทำปากแมวได้ไหม?

A: คนที่มีปากบางสามารถปรึกษาเรื่องการทำปากแมวได้ แต่แพทย์จะต้องประเมินก่อนว่าปากบางจากโครงสร้างเดิมมากน้อยแค่ไหน และเหมาะกับการปรับด้วยวิธีใด บางรายอาจเน้นการออกแบบรอยบุ๋มและทรงปาก บางรายอาจพิจารณาการเติมความอิ่มฟูร่วมด้วย เพื่อให้ริมฝีปากดูสมดุลขึ้น โดยไม่ควรเติมหรือปรับมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

Q5: ปากแมวช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัยได้จริงไหม?

A: ปากแมวอาจช่วยให้ใบหน้าดูละมุน สดใส และมีมิติมากขึ้นในบางกรณี โดยเฉพาะคนที่มีปัญหารูปปากแบน ปากบาง มุมปากตก หรือใบหน้าส่วนล่างดูไม่สมดุล แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นวิธีแก้หน้าแก่ทั้งหมด เพราะความอ่อนเยาว์ของใบหน้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไขมันบนใบหน้า โครงหน้า และการดูแลตัวเองร่วมด้วย จึงควรให้แพทย์ประเมินแบบองค์รวมก่อนตัดสินใจ

Q6: ศัลยกรรมปากแมวกับฟิลเลอร์ปาก แบบไหนเหมาะกว่ากัน?

A: ทั้งสองวิธีมีจุดประสงค์ต่างกัน ฟิลเลอร์ปากเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอิ่มฟู เติมวอลุ่ม หรือปรับรายละเอียดเล็กน้อยโดยไม่ผ่าตัด ส่วนศัลยกรรมปากแมวเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากในเชิงโครงสร้างมากขึ้น เช่น ต้องการรอยหยักหรือรอยบุ๋มกลางปากที่ชัดขึ้น แก้ปากที่ขาดมิติ หรือปรับร่วมกับเทคนิคอื่นตามปัญหาเดิม ทางเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาจริง ไม่ใช่เลือกตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว

Q7: ทำปากแมวแล้วหน้าจะเปลี่ยนมากไหม?

A: ระดับการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับรูปปากเดิม เทคนิคที่ใช้ และความต้องการของผู้รับบริการ บางคนอาจเปลี่ยนแบบละมุนขึ้นเล็กน้อย เช่น ทาลิปแล้วปากดูมีทรงขึ้น ยิ้มแล้วดูหวานขึ้น ขณะที่บางคนที่มีปัญหาหลายจุด เช่น ปากบาง มุมปากตก หรือระยะจมูกถึงปากยาว อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าส่วนล่างชัดขึ้น ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบผลลัพธ์ปากแมวให้เหมาะกับใบหน้า ไม่มากหรือน้อยเกินไป

Q8: ศัลยกรรมปากแมวเจ็บไหม?

A: ระหว่างทำ แพทย์จะมีการดูแลเรื่องการระงับความรู้สึกตามความเหมาะสมของหัตถการ หลังทำอาจมีอาการตึง บวม หรือระบมบริเวณริมฝีปากได้ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้หลังการผ่าตัด ระดับความรู้สึกไม่สบายจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรรับประทานยาและดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

Q9: ทำปากแมวมีแผลเป็นไหม?

A: การผ่าตัดทุกประเภทมีโอกาสเกิดรอยแผลได้ รวมถึงศัลยกรรมปากแมว โดยตำแหน่งแผลและการมองเห็นของรอยแผลจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ สภาพผิว การดูแลหลังทำ และการสมานแผลของแต่ละคน แพทย์จะประเมินและวางแผนให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่รอยแผลจะเห็นเด่นชัด แต่ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาที่บอกว่าไม่มีแผลหรือไม่มีโอกาสเกิดรอยแผลเลย

Q10: หลังทำศัลยกรรมปากแมวต้องพักฟื้นนานไหม?

A: ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหลังทำอาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำในช่วงแรก และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ควรหลีกเลี่ยงการขยับปากมากเกินไป การรับประทานอาหารที่ต้องอ้าปากกว้าง อาหารร้อนจัด รสจัด รวมถึงการจับ แกะ หรือกดบริเวณแผล ระยะเวลาที่รูปปากจะเข้าที่ควรประเมินจากการติดตามอาการกับแพทย์

Q11: เคยฉีดฟิลเลอร์ปากมาแล้ว แต่อยากเปลี่ยนมาทำศัลยกรรมปากแมวแทน ทำได้ไหม?

A: สามารถทำได้ แต่ต้องมีขั้นตอนการเตรียมตัวเพิ่มเติม โดยต้องเข้ามาให้แพทย์ประเมินก่อน หากสารที่ฉีดมาเป็นฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid) แพทย์จะต้องทำการฉีดยาสลายฟิลเลอร์เดิมออกให้หมดก่อน แล้วรอให้เนื้อปากจริงฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะสามารถทำการผ่าตัดได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้แพทย์เห็นโครงสร้างเนื้อปากที่แท้จริง และสามารถออกแบบทรงปากแมวใหม่ได้แม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยนนั่นเอง

Q12: ทำปากแมวไปแล้ว จะยังอ้าปาก ยิ้มกว้าง ๆ หรือกินข้าวได้ปกติเหมือนเดิมไหม?

A: กลับมาใช้งานได้ปกติแน่นอน! แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด บริเวณรอบปากจะยังมีความรู้สึกตึงรั้งจากไหมและแผลที่กำลังสมานตัว ช่วงนี้จึงต้องงดอ้าปากกว้าง งดหัวเราะแรง ๆ และเน้นทานอาหารอ่อน ๆ ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กไปก่อน เมื่อเนื้อเยื่อภายในสมานตัวสนิทและแผลเข้าที่ดีแล้ว กล้ามเนื้อปากจะกลับมายืดหยุ่น สามารถขยับ ยิ้ม และรับประทานอาหารได้เป็นปกติ

สรุป หน้าดุ ดูแก่ก่อนวัย ต้องจบด้วย ปากแมว ศัลยกรรมสุดฮิต!

ปัญหาหน้าดุ หน้าแก่ก่อนวัย หลายครั้งไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเสมอไป แต่มาจากรูปทรงของริมฝีปากที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทั้งปัญหามุมปากตก ริมฝีปากบาง หรือร่องปากที่ยาวขึ้น การทำศัลยกรรมปากจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแต่งเติมความงาม แต่คือการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง ช่วยรีเซตใบหน้าให้กลับมาดูสดใสและมีมิติอีกครั้ง

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากได้ข้อมูลแบบอินไซต์ ฟังเพลิน ๆ ได้สาระครบถ้วน ขอป้ายยาให้ไปฟังพอดแคสต์รายการ OR Unlock Ep.3 ที่ คุณหมอดา – พญ. พิมพิดา วรัญญูรัตนะ (ว.26703) CEO of SLC Group และ คุณหมอซายน์ – พญ. ผจงพร สดงาม (ว.31731) ศัลยแพทย์ตกแต่ง SLC Hospital มานั่งเมาท์มอยเจาะลึกวิกฤตหน้าแก่เพราะปาก พร้อมเผยเทคนิคแก้ปัญหาแบบฉบับ SLC ไปตามดูเปิดวาร์ปได้ที่ลิงก์นี้เลย 👉 หน้าดูแก่ เพราะ ปาก?! ส่องเทคนิค “รีเซ็ตปาก” ให้แลดูเด็ก | OR Unlock Ep.3

สำหรับใครที่รู้สึกว่าอยากปรับโครงสร้างปากให้ได้สัดส่วน แลดูละมุนขึ้น และเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชันที่ดีต่อใจ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาศัลยแพทย์เฉพาะทางที่ SLC Hospital ได้เลยน้า ที่นี่เน้นการออกแบบเคสต่อเคสให้เข้ากับรูปหน้าของคุณโดยเฉพาะ พร้อมดูแลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อให้คุณเดินออกจากคลินิกพร้อมรอยยิ้มใหม่ที่มั่นใจยิ่งกว่าเดิม!